Hmong Public Site|Tuesday, March 28, 2017
You are here: Home » Mem Toj » ผีสางนางไม้ และสัญญาที่ต้องเป็นสัญญา
  • Follow Us!

ผีสางนางไม้ และสัญญาที่ต้องเป็นสัญญา 

3022147-poster-p-1-new-wolfram-language-bring-the-power-of-mathematica-to-any-device

…สัญญาต้องเป็นสัญญา สัญญาว่ามาต้องมา … เมื่อใดที่ใครให้คำสัญญา ต้องรักษาดีดี ด้วยหัวใจ

ขึ้นต้นด้วยการทวนความจำ กับเพลงของพี่เบิร์ดสักหน่อย เพื่อให้เข้าใจว่าสัญญาคืออะไร และเมื่อใครให้คำสัญญาแล้วต้องทำอย่างไร และถ้าไม่ทำจะเกิดอะไร เพราะวันนี้มีเรื่องเกี่ยวกับการลืมคำสัญญาจากทางโน้นมาเล่าสู่กันฟังทางนี้ … ที่สำคัญคือ มันไม่ใช่คำสัญญาธรรมดา

เรื่องนี้นำแสดงโดยคุณอา น้องชายคนโตของพ่อ กำกับโดยอะไรบางอย่าง (ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า) ให้เสียงภาษาไทยโดย คนเล่นหมอก … ฉายที่นี่ที่แรก และจะฉายค้างอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าผมจะลบ จุดเด่นของเรื่องคือ ลืมจริงเจ็บจริง ไม่มีใครกล้าแสดงแทน ไม่ใช่สลิงเพราะไม่มีฉากผาดโผน ตอนจบของเรื่องยังไม่ถ่ายทำ … เพราะนักแสดง “คุณอา” ถอดใจเสียแล้ว

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่าคุณอา (น้องชายพ่อ) เกิดไม่สบายมาพักใหญ่แล้ว ด้วยอาการที่จะเป็นอัมพฤกษ์ก็ไม่ใช่ แต่ตัวผอมซีดเหลือง แขนขาไม่มีเรี่ยวมีแรง สีหน้าไม่สดใส กินยาม้งก็แล้ว กินยาแผนปัจจุบันเข้าไปก็แล้ว ไปโรงพยาบาลก็ไม่หาย เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ต้นปี

อาการดังกล่าว เมื่อไปพบแพทย์ๆ ก็ไม่สามารถระบุอาการได้ แต่ด้วยความที่ตัวซีดเหลือง ไม่มีเรี่ยวมีแรง และทานอาหารได้น้อย สิ่งแรกที่หมอนึกได้ก็คือ แขวนน้ำเกลือให้ก่อน

แต่เมื่อสองวันก่อน ทางบ้านได้ไปขอให้อาจารย์ซึ่งเป็นคนพื้นราบ ให้ช่วยทำพิธีนั่งทางในดู (เนื่องจากอาจารย์ท่านนี้เคยทักคุณอามาก่อน) จึงได้ทราบว่าคุณอานั้นเคยไปบนบานกับผีสางนางไม้เอาไว้ แต่ยังไม่ได้ทำพิธีแก้บน หรือตอบแทนผีสางนางไม้ตนนั้น … แค่นี้แหละรู้เลย “งานเข้า”

เมื่อพูดถึงตรงนี้แล้ว ก็ต้องได้ท้าวความกลับไปเมื่อประมาณห้าหกปีที่แล้ว สมัยที่คุณอาและคุณอาคนอื่นๆ ได้เริ่มบุกเบิกพื้นที่ป่าเพื่อทำไร่ และเลี้ยงสัตว์ โดยทำด้วยกันอยู่สามครอบครัว เริ่มแรกนั้นพวกอาๆ ทั้งหลายได้ทำการเพาะปลูกไปพร้อมๆ กับการทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์ (ฟาร์มม้ง …ปล่อยหากินเอง) ซึ่งสัตว์ดังกล่าวก็ได้แก่วัว และแพะ

ในระยะเริ่มแรกของการเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่แห่งนี้ พวกแพะที่เลี้ยงไว้มักจะถูกหมาป่ากัดกินเป็นอาหาร ส่วนพวกวัวก็จะโดนเสือโคร่งคาบไปกิน เล่นเอาพวกอาๆ ที่แม้จะเป็นพรานล่าสัตว์มือฉมังก็ตาม ยังต้องยอมจำนน

เมื่อได้ใช้ความพยายามทุกทางแล้ว แต่ความเสียหายยังคงหนักขึ้นเรื่อยๆ สิ่งต่อไปที่พอจะพึ่งพาได้ก็คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์เท่านั่นเอง

พูดแล้วชักขนลุก ณ ไร่กลางป่าที่คุณอาทั้งหลายไปอาศัยทำกินอยู่นั้น มีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ กับกระท่อมที่พัก เมื่อหารือร่วมกันแล้วจึงได้ข้อสรุปว่า จะทำพิธีอันเชิญให้ผีสางนางไม้มาสิงสถิตย์กับต้นไม้ต้นนี้ เพื่อป้องปักคุ้มครองสมาชิกในครอบครัว รวมไปถึงสัตว์เลี้ยงทั้งหลาย และในที่สุดพิธีอันเชิญก็ถูกจัดทำขึ้น เรียกพิธีนี้ว่าดงเฟ้ง (Ntoo Feeb)

ตามตำนาน “ดงเฟ้ง” เป็นพิธีที่จัดทำขึ้นหลังจากบุกเบิกพื้นที่ทำกินใหม่ ก็คือหลังจากถางป่าเสร็จก็จะต้องมีการประกอบพิธีนี้ขึ้น และโดยปกติต้องมีการทำบุญเลี้ยงผีสางนางไม้ตนนี้ทุกปี

กลับเข้าเรื่องต่อ หลังจากทำพิธีเสร็จสัตว์ร้ายอย่างหมาป่า หรือเสือโคร่งก็ไม่มายุ่งกับสัตว์เลี้ยงของพวกอาๆ อีกเลย ซึ่งถือเป็นเรื่องแปลก (แต่เกิดขึ้นแล้ว) จนถึงเวลาหนึ่งมีคุณอาสองครอบครัวได้ย้ายออกไปจากพื้นที่นี้ เพื่อไปเลี้ยงสัตว์ที่อื่น จึงเหลือแต่คุณอาที่กำลังป่วยอยู่นี้เพียงครอบครัวเดียว

สี่ปีผ่านไป (ปัจจุบัน) คุณอาไม่เคยทำพิธีกรรมใดๆ หรือทำบุญเพื่อตอบแทน (puaj) ผีสางนางไม้ตนนั้นอีกเลย จนกระทั่งเมื่อต้นปีนี้ตอนคุณอาเริ่มป่วย ได้มีอาจารย์ที่เป็นคนพื้นราบ (คนเดียวกันกับที่นั่งทางในครั้งนี้) มาทัก และว่าอาการป่วยของคุณอานั้น สืบเนื่องมาจากผีสางนางไม้ตนนั้น แต่เวลานั้นคุณอาไม่ได้สนใจคำทักของอาจารย์ท่านนี้ จนเมื่อเวลาล่วงไปหลายเดือน

จนกระทั่งเมื่อสองวันก่อน คุณอาได้กลับไปหาอาจารย์ท่านนี้ และขอให้ท่านช่วย และแล้วเมื่อวานนี้เอง อาจารย์ท่านนี้ก็ได้ช่วยทำพิธีไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยการนำไก่เพศผู้ และเพศเมียอย่างละตัว ไปทำพิธีในครั้งนี้ … สำหรับผลนั้น คงต้องรอดูต่อไป (อย่างที่บอกตอนจบยังไม่ถ่ายทำ) ว่าการทำพิธีครั้งนี้จะเป็นพิธีกรรมที่สายเกินไปหรือเปล่า

ผีสางนางไม้ หรือภูติผีเทวดา ก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากมนุษย์มนา เมื่อสัญญาแล้วก็ต้องเป็นสัญญา หากใครที่ลืมสัญญา หรือไม่ทำตามสัญญาก็อาจจะต้องได้รับบทลงโทษที่ต่างกันไป สำหรับผีสางนางไม้ด้วยแล้ว โทษที่ได้รับอาจจะหนักหนาสาหัสกว่า

ดังนั้นแล้ว … เมื่อใดที่ใครให้คำสัญญา ต้องรักษาดีดี ด้วยตัวและหัวใจ
เพราะผลที่ตามมาอาจจะเหนือการคาดเดา …

Add a Comment